มาตราฐานและสุดยอดโรงแรมดังทั่วโลก

The Princess Hotel
Hotel Four Seasons

โรงแรมระดับโลกที่คุณจะต้องตกตะลึง

Mandarin Oriental Hotel
บนโลกใบนี้เมื่อพูดถึงโรงแรมแล้วสำหรับผู้สร้างสรรค์โรงแรมนั้นล้วนแล้วแต่อยากเป็นสุดยอดของโลกเพื่อการันตีว่าแบรนด์ของตัวเองนั้นต้องดีที่สุดเหนือคนอื่น พัฒนาการสร้างสรรค์หลายสิ่งหลายอย่างขึ้นโดยให้โดดเด่นขึ้นเป็นอย่างมาก
คราวนี้จะพูดถึงโรงแรมที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นจุดสูงสุดแต่ที่ยกนำมาเพราะความชอบส่วนตัวเนื่องจากโรงแรมแห่งนี้สร้างอยู่ในเขตพื้นที่เมืองท่า ดูไบ ซึ่งเป็นรัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมืองแห้งแล้งกลางทะเลทราย โดยที่เขาได้สร้างโรงแรมขึ้นมาโดยใช้พื้นที่ในทะเลและก่อสร้างโรงแรมขึ้นบนพื้นที่จากการถมทะเล การก่อสร้างโรงแรมนี้เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 และใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยตัวตึกออกแบบมีลักษณะคล้ายเรือใบของชาวอาหรับ สามารถรับวิวได้ 360 องศา ออกแบบตัวอาคารให้ดูเรียบง่ายด้วยการใช้โครงสร้างเหล็กที่ดูเบาบาง เน้นอาคารที่ดูเด่นชัดด้วยรูปทรงที่ชัดเจนเหมือนเรือใบ อาคารสีขาวที่ดูเป็นเรือใบสีขาวใสตอนกลางวัน และเติมสีสันด้วย ไฟในตอนกลางคืน ที่สามารถเปลี่ยนเป็นสีต่างๆได้ ทุก 30 นาที เริ่มพอคุ้นๆแล้วใช่ไหมว่าที่กล่าวมานั้นน่าจะเป็นโรงแรมอะไร ไม่ต้องคิดมากเลยครับนั่นคือ โรงแรมบุรจญ์อัลอาหรับ หรือ Burj Al Arab Hotel นั่นเอง สิ่งก่อสร้างนี้เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของดูไบเหมือนกันกับโอเปราเฮาส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศออสเตเรียเมืองซิดนีย์ โรงแรมแห่งนี้ลงทุนโดยใช้เงิน 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาทไทยก็ประมาณ 2หมื่นล้านบาท มีลิฟต์จำนวนทั้งหมด 18 ตัว มีจำนวนชั้นทั้งหมด 60 ชั้น ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกจาก แอตกินส์ ชื่อ Tom Wright โดย มีห้องพักสวีตคู่ 202 ห้องโดยแยกเป็น แบบดีลักสูท  142  ห้อง  พาโนรามิกสูท 18  ห้อง  ห้องคลับ  4  ห้อง  ห้อง2 ห้องนอนคู่  28  ห้อง  ห้องแบบ 3 ห้องนอน  6  ห้อง  เพรสซิเดนเชียลสูท 2  ห้อง  รอยัลสูท  2  ห้อง ขนาดห้องมีตั้งแต่  169  ตารางเมตรจนถึง  780  ตารางเมตร โดยราคาที่พักอยู่ที่ราวๆ 1,000-15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และห้องที่แพงสุดของโรงแรมนี้คือ 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 9 แสนบาทโดยว่ากันว่าโรงแรมแห่งนี้แพงที่สุดในโลกแล้ว

Star Hotels